เทคนิคสีนูนดียังไง? ลักษณะงานเป็นแบบไหน | The screenology
เทคนิคสีนูนดียังไง? ลักษณะงานเป็นแบบไหน ทำไมหลายคนชอบ
ถ้าคุณอยากให้ลายบนเสื้อ “เด่นขึ้น” แบบไม่ต้องใช้สีเยอะ เทคนิคที่ถูกถามบ่อยมากคือ สกรีนสีนูน เพราะมันทำให้ลายมีมิติ เห็นชัด และสัมผัสได้จริง ใส่แล้วดูมีลูกเล่นแบบพอดี ๆ ไม่เยอะจนลายล้น
บทความนี้สรุปให้แบบอ่านไว ว่าสีนูนมีลักษณะยังไง และเหมาะกับงานแบบไหนถึงจะคุ้มครับ

สีนูนคืออะไร (และลายจะออกมายังไง)
สีนูน คือการสกรีนที่ทำให้หมึก “ยกตัวขึ้นจากผ้า” มากกว่างานสกรีนทั่วไป
ผลลัพธ์คือ ลายจะดูเป็น 3 มิติขึ้นเล็กน้อย มีผิวสัมผัสชัด พอลูบจะรู้สึกถึงขอบและความหนาของลาย
ลักษณะงานที่คนสังเกตได้ทันที
- ลายดู “เด้ง” และชัดขึ้นเวลาเห็นจากมุมเฉียง
- มีเท็กซ์เจอร์ให้สัมผัส ไม่แบนราบไปกับผ้า
- ถ่ายรูปแล้วลายดูมีมิติ ช่วยให้เสื้อดูพรีเมียมขึ้น
สีนูน “ดียังไง” ทำไมถึงคนนิยม
เหตุผลที่สีนูนได้รับความนิยม เพราะมันเพิ่มความเด่นให้เสื้อได้โดยไม่ต้องเพิ่มสีหรือลายให้เยอะ
- ทำให้โลโก้/ตัวอักษรเด่นขึ้น แม้ใช้สีเดียว
- เพิ่มความพรีเมียม เสื้อเรียบ ๆ ก็ดูมีดีเทลขึ้นทันที
- เหมาะกับงานแบรนด์และเสื้อทีม ที่อยากให้ลายดูชัดและมีเอกลักษณ์
- ช่วยให้ลายดูมีมิติ เวลาถ่ายรูปหรือเจอแสง ลายจะดูน่าสนใจขึ้น
งานแบบไหนเหมาะกับสีนูนที่สุด
ถ้าอยากให้สีนูนออกมาสวยและคุ้ม แนะนำกับงานที่ “รูปทรงชัด” เช่น
- โลโก้แบรนด์
- ตัวอักษร/ชื่อทีม/คำพูดสั้น ๆ
- ลายกราฟิกที่เส้นไม่เล็กเกินไป
- งานสีเดียวหรือไม่กี่สีที่อยากให้ดูเด่นขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าลายของคุณเป็นแนว “ชัด ๆ อ่านง่าย” สีนูนจะช่วยยกระดับงานได้ดีมาก
สีนูนจะสวยที่สุดเมื่อ ลายไม่จิ๋วและไม่ละเอียดเกินไป เพราะพื้นที่ต้องพอให้หมึกขึ้นรูป
ถ้าเป็นเส้นเล็กมาก หรือรายละเอียดถี่ยิบ อาจไม่เหมาะเท่าลายโลโก้/ตัวอักษรที่คมชัด
ถ้าคุณมีไฟล์ลายอยู่แล้ว ส่งมาให้เราช่วยดูได้ว่า “เหมาะทำสีนูนไหม”
และควรปรับขนาด/ความหนาเส้นนิดไหนเพื่อให้งานออกมาสวยที่สุด







.zip.056/M_gainfriends_2dbarcodes_GW.png)